จากสถานการณ์เงินฝืดในญี่ปุ่น  เมื่อปีที่แล้ว ร้านข้าวต่างๆ พากันลดราคาข้าวหน้าเนื้อ หรือที่เรียกว่ากิลดอง จนเป็นข่าวคึกโครม ในทีวี รายงานข่าว 3 ร้านข้าว ที่ลดราคามาถึง 250-300 เยน ทำให้ร้านข้าว คนเข้าไปกินกันจนแน่นร้าน ในช่วงเวลากลางวัน และค่ำ และรสชาติไม่ไก่กานะคะ
        ก็อย่างว่า ถ้าอยู่คนเดียว ทำกับข้าวกินเองก็ไม่คุ้ม
        ราคานี้ ขนาดประเทศเรา ที่อาหารว่าถูกๆแล้ว ในร้านอาหารญี่ปุ่น ยังแพงกว่าเลย
        สงครามยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพทหาร..
        หลังปีใหม่ ..ความดุเดือดได้เกิดขึ้นอีก
        Sukiya แชมป์หลายสมัย ลดราคามาที่ 250 เยน
        Matsuya รองแชมป์ แต่เรื่องรสชาติไม่เป็นรอง หั่นราคาที่ 240 เยน
        Yoshinoya ผู้ท้าชิง อยู่ที่ 250 เยน เช่นกัน
     ผู้คนคงเริ่มชินกับราคานี้ เลยไม่ค่อยได้เห็นภาพคนแน่นร้านต่อคิวกินกันเหมือนปีก่อน แต่คนก็ยังเยอะอยู่ดี
เราตั้งข้อสงสัยกับทากะว่า ทำไมข้าวหน้าเนื้อ ถูกกว่า ทาโกะยากิ ทั้งที่ทาโกะยากิมีแต่แป้ง
และปลาหมึกอันจึ๋งเดียว
 
     ว่าแล้วเมื่อคืนเลยไม่ทำกับข้าว ไปกิน Sukiya เพราะใกล้บ้าน เดิน 2 นาที แต่เราไม่กินเนื้อ เลยสั่งเมนูไก่
 
ไม่โปรโมชั่น รวมเซ็ทนี้เลยจ่าย 480 เยน  ของทากะ ข้าวหน้าเนื้อ เพิ่มเซ็ท  350 เยน (รวมแล้วยังถูกอยู่)
 
    ถึงบางอ้อ กันตรงนี้ คนญี่ปุ่นกินข้าว ต้องมีเครื่องเคียง ได้กำไรตรงสั่งเครื่องเคียงนี่เอง ดีนะที่น้ำชาฟรี
 
    เป็นบ้านเรา กินบุฟเฟห์ ค่าน้ำจะแพง เพราะเขาได้กำไรตรงนั้น
 
    ใครแบกเป้เที่ยวญี่ปุ่น ช่วงนี้ ประหยัดไปได้เยอะเลยค่ะ เพราะปกติ ขนาดถูกๆ
ชามนึงก็ปาเข้าไป 500เยนแล้ว
 
ข่าวที่น่าสนใจแต่ทำให้ผู้คนในญี่ปุ่นยิ้มได้ในภาวะเศรษฐกิจที่ตึงเครียดวันนี้ คือข่าวชายที่ใช้คือว่า
...หน้ากากเสือ.
ส่งของขวัญ ของใช้และเงินไปยังโรงเรียนเด้กกำพร้ากว่า 90แห่งทั่วญี่ปุ่น อาทิเช่นกระเป๋าสะพายหลังแสนแพง
ที่เด็กๆทั่วๆไปใช้กัน ราคาใบละ สองหมื่นกว่าเยน (ประมาณ8-9พันบาทไทย)เป็นร้อยใบ ต่อ 1 โรงเรียนให้เด็ก
กำพร้าเหล่านั้นได้ใช้กัน
        การออกเงินจำนวนมากแบบไม่ประสงค์จะออกนามของหน้ากากเสือ ทำให้ คนหลายๆในในญี่ปุ่นกำลังเอา
อย่าง..(ดีเนอะ^^)
        ทุกครั้งที่ส่งสิ่งของ เขาจะมี จม.แนบใช้ชื่อลงท้ายว่า "หน้ากากเสือ"
        ซึ่งหน้ากากเสือคนนี้ คงจะรวยน่าดู^^
เราวิเคราะเองว่า เป็นเพราะ หน้ากากเสือในการ์ตูน เติบโตใน รร.เด็กกำพร้า หน้ากากเสือ
เลยแปลงร่างเป็นแซนต้าส่งของให้ เด็กๆ ที่กำพร้าเหล่านี้
         และเมื่อเร็วๆนี้ มีชายใส่หน้ากากเสือปรากฎตัวที่ ที่ว่าการจังหวัดชิกะ เมืองโคนัน และนำสิ่งของไปแจก มี
จนท. บางคนขอถ่ายภาพ แต่เขาขอไม่ให้ถ่าย
       (เอ..แล้วเราจะรู้ได้ไงอ่ะ ว่าตัวจริง)
แต่อย่างน้อยเรื่องนี้ก็ทำให้คนหลายๆคนอยากทำความดี และเสียสละ
      กำบาโระ หน้ากากเสือ ^^
วันเด็กบ้านเราผ่านไปได้ 2 วัน  วันนี้ 10 มค.2011 เป็นวันฉลองความเป็นผู้ใหญ่ของวัยรุ่นญี่ปุ่น
นั่งดูทีวี แล้วเห็นวัยหนุ่มสาวญี่ปุ่น ใส่กิโมโนทั้งหญิงและชาย บางคนก็ใส่สูท ไปรวมกันอยู่ที่
ที่ว่าการจังหวัด(พูดซะบ้านๆเลย)
ไม่รู้จะใช้คำว่าอะไรดี 555
       คนญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ โดยถือว่า ปีที่ครบ 25 ปี ถือว่าก้าวสู่ความเป็นผู้ใหญ่
ทุกคนที่อายุครบ 25 ในปีนี้ จะไปฉลองกันที่ ที่ว่าการประจำของตน ซึ่งที่นี่ก็จัดงานเฉลิมฉลองให้
เรียกว่าวัน เซชินชิกิ [comming of age day] ถ้าเป็นไทยคงประมาณว่า 25 มันมาแล้ว   555
      แกล้งหันไปถามคนข้างๆตามประสาคนเพิ่งมาอยู่ได้ไม่กี่เดือนว่า แล้วมีวัน 40..50..60..70ปีรึเปล่า
(หุหุ เหมือนอินโนเซ้นท์ แต่กวน..555)
      ปรากฎว่ามีเฉยเลย มีวันคินคงชิกิ (50ปีทอง) ก้าวสู่ปีทอง  ..บ้านเราเรียก วัยทอง(มันใกล้เราเข้ามาเรื่อยๆ)
      
      แต่ไม่ได้ถามต่อ ว่า คนไปร่วมงานเยอะป่าว
      เพราะถึงเวลานั้น เราคนนึงละที่ไม่ไป..
      เรื่องอะไรจะไปแฉ ความแก่ของเรา..เนอะ..^^
ตอนแรกกะจะจั่วหัวว่า อร่อยที่สุดในแถบคันไซ แต่รู้สึกว่าอาจจะเว่อร์ไปหน่อย 
 
เดี๋ยวร้านซุชิอื่นๆจะมาฟ้องร้องเอาได้ 555
จริงๆแล้ว เราก็ตระเวนกินซุชิสายพานราคา 100เยน(จริงๆ105เยน) มาเยอะแล้ว ต้องวนกลับมาหาซุชิโรทุกที
 
คงไม่ได้คิดไปเองคนเดียว(มั้ง ) เพราะไปทีไร คิวยาวทุกที..^^มีภาพมายืนยัน
       ร้านนี้ คนที่มาเรียนหรือมาอยู่ญี่ปุ่นโดยเฉพาะแถบคันไซ คงจะรู้จักกันดี ที่เอาเรื่องนี้มาเล่าเพราะ
วันก่อนดูรายการทีวี เขาให้ดารามาทายว่าอาหารที่คุณชิมนี้มาจากร้านไหน โดยมีให้เลือกระหว่างซุชิโร..
ร้านซุชิกินซ่า(ชิ้นนึงพันกว่าเยน ก็ประมาณคำละ500บาทไทยอ่ะจ้ะ) และอีกร้านจำไม่ได้
      ก็ทายผิดทายถูกกันไป เราว่าดาราคงไม่เคยกินซุชิโร  เลยไม่รู้ว่าของดีราคาถูก มีอยู่ในญี่ปุ่น จริง..จริ๊ง
 
อีกข้อที่แสนจะฮา คือไก่คาราเกะ จากร้านเซเว่น กับจากร้านดังร้านนึง และคาราเกะแช่แข็ง
     ปรากฎว่าตอบผิดกันเป็นทิวแถว..555 เห็นที จะต้องซื้อคาราเกะจากเซเว่น(ญี่ปุ่นนะ)มาลองซะแล้วว..
ช้าไปหรือเปล่าที่เพิ่งจะมาตื่นเต้นเรื่องนี้..^^
เพราะมีโอกาสได้ซื้อมาใช้ เพราะลดราคาพอดี แท่งนึงไม่ถึง200เยน
(อุอุ..บางคนอาจค่อนขอดว่า งก..จริงเลยเจ้าของบล็อก)
ก็ปกติ ใช้ปากกาของแถมจากเมืองไทย และปกติกว่านั้นคือ ใช้ดินสอบ่อยกว่าปากกา
 
 
ปากกาที่ว่ายี่ห้อ pilot รุ่น  frixion
เขียนแล้ว เอาตรงหัวมาลบๆก็หายไปเหมือนยางลบลบดินสอค่ะ แถมไม่มีขี้ยางลบเลอะเทอะด้วย
ตอนแรกก็สงสัยว่าลบได้ไง
เขาใช้ความร้อนค่ะ เป็นการคิดค้นของคนญี่ปุ่นเขา
ลองเอาปากกาเขียนบนกระดาษ แล้วนำไปผิงไฟหรือใส่ไมโครเวฟสักครู่ ตัวหนังสือหายหมด
หลังจากนั้นเอาไปแช่ตู้เย็น ตัวหนังสือกลับมาเหมือนเดิม
            เลยเข้าใจเลยว่าทำไมหัวปากกาลบได้ เพราะพอไปถูๆก็เกิดความร้อน ตัวหนังสือเลยหายหมดเลย
555  โดเรมอนชัดๆ ++
            ไม่รู้เมืองไทยเอาเข้ามาขายยัง คิดว่าน่าจะมาแล้วนะคะ เพราะที่ญี่ปุ่นออกมาตั้งแต่ปีที่แล้ว

edit @ 8 Jan 2011 21:18:26 by kei

วันนี้หิมะตกตั้งแต่เช้ามืด พอ9.00 ยิ่งตกแรงขึ้น  เราก็รอว่าเมื่อไหร่จะหยุดตก วันไหนหิมะตก พอหยุดแล้ว แดดมักจะออก สวยและอุ่น
ชอบหิมะตกที่ญี่ปุ่นอย่างนึงคือ ไม่ตกซ้ำซาก(แปลว่าไม่ตกทุกวัน) ตกคราวก่อนอีกวันหิมะก็ละลายเกือบหมดแล้ว
เคยไปมินิทโซตา อันนั้นยังกับถาวรเลย ทุกเช้าลองออกไปเหยียบดู ขาจมเกือบถึงเข่าทุกวัน หลังหิมะตกที่นั่นก็สวย แต่ไม่ดีตรงที่บ่อยไป จะเดินเที่ยวเองก็ลำบาก
ไม่เหมือนแถวนี้ ออกไปข้างนอกแล้วสวยและอุ่น เห็นหิมะขาวๆก้อนเล็กๆที่หลงเหลือ ติดอยู่บนต้นไม้เขียวๆ น่ารักดี
วันนี้พอหิมะหยุดช่วงบ่ายสาม แดดก็ออกเปรี้ยง ออกไปข้างนอกเลย แต่พออยู่ข้างนอกเพิ่งสังเกตว่า ยังมีหิมะปรอยๆเล็กๆ ปลิวอยู่ แปลว่ายังไม่หยุดซะทีเดียว
ขอให้หยุดตกเถอะ ตกอาทิตย์ละวันก็พอ ไม่งั้นไม่ได้ออกไปเที่ยวไหนเบื่อแย่เลย
 
อันนี้เมื่อตอนสาย ตกแรงเชียว
 
ตอนเที่ยง..ดีขึ้นมาหน่อย
 
อุอุ..ออกมาข้างนอกแล้ว บรรยากาศหลังหิมะตกสดๆเลย
 
แต่ตอนนี้แดดยังไม่มา
เพิ่งรู้เหมือนกันจากรายการทีวีที่กำลังดูอยู่ ญี่ปุ่นมีเบอร์เกอร์แบรนด์ญี่ปุ่นขายเป็นครั้งแรก ตั้งแต่ปี 1970
ก่อนแมคโดนัลซะอีก
เราเองรู้จักแต่มอสเบอร์เกอร์ และก็ไม่ได้รู้จักที่นี่ ลองกินครั้งแรกที่พารากอน 555
และถ้าร้านนั้นยังคงอยู่ อายุรวมๆแล้วก็ 40 ปี พอดิบพอดี
แต่ที่น่าตื่นเต้นกว่านั้นคือ  ร้านนี้ ยังมีอยู่จริง..
DOM DOM burger คือชื่อร้านเบอร์เกอร์ร้านแรกของญี่ปุ่น
โลโก เป็นรูปช้าง
ตอนที่เปิดร้านครั้งแรก คนญี่ปุ่นก็ไม่ได้ตื่นเต้นอะไร ร้านเบอร์เกอร์ก็เลยไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่ แต่ถึง
กระนั้นก็ยังคงอยู่มาจนบัดเดี๋ยวนี้..
เมนูก็ประมาณ ยากิโทริเบอร์เกอร์,เกี๊ยวซ่าเบอร์เกอร์ และที่ขาดไม่ได้คือ โอโคโนมิยากิเบอร์เกอร์
ปีก่อนโน้น ตอนแฟนอยู่โอซากา เราก็ไปหลายครั้ง พอแต่งงานย้ายมานี่ กลับจากไทยก็แวะเที่ยวโอซากาก่อนทุกที แต่ไม่เคยเห็น หรือไม่เคยสังเกตก็ไม่รู้ เลยบอกพิกัดไม่ได้ค่ะT.T
ใครเคยลอง